"ปลูกชะอม" แนวทางของสวนเกษตรอินทรีย์ กรุงเทพ
สวนเกษตรอินทรีย์ กรุงเทพ เริ่มต้นจากการปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารและพืชผักสวนครัว สิ่งแรกๆ ของสวนเราก็คือ "ชะอม" จากนี้เรามาทำความรู้จักกับชะอมกันก่อนเลยครับ...
ผักชะอม มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ผักหละ (ภาคเหนือ) , อม (ภาคใต้) , ผักขา (ภาคอีสาน อุดรธานี) , พูซูเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน) , โพซุย (กระเหรี่ยง) เป็นต้น
ลักษณะของชะอม คือ เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ลำต้นและกิ่งก้านจะมีหนามแหลม ส่วนลักษณะของใบชะอมเป็นใบประกอบสีเขียวขนาดเล็ก มีก้านใบย่อยแตกออกจากแกนกลางใบ มีลักษณะคล้ายกบใบส้มป่อยหรือใบกระถิน ใบอ่อนมีกลิ่นฉุน ใบย่อยมีขนาดเล็กออกตรงข้ามกัน คล้ายรูปรี ประมาณ 13-28 คู่ ปลายใบแหลมขอบใบเรียบ ใบย่อยจะหุบในเวลาเย็น และแผ่ออกเพื่อรับแสงในช่วงกลางวัน ส่วนดอกชะดม มีขนาดเล็กออกตามซอกใบ มีสีขาวถึงขาวนวล
สรรพคุณ
1.ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากมีวิตามินเอสูง
2.ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกายได้
3.เป็นยาอายุวัฒนะ
4.ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก
5.รากชะอมนำมาฝนกินช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง และช่วยขับลมในลำไส้
6.มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็น
7.ช่วยแก้อาการลิ้นอักเสบเป็นผื่นแดง
ข้อควรระวัง
1.ควรล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงทุกครั้ง โดยผ่านความร้อนให้สุกก่อน เพราะชะดมมีสารบางอย่างที่อาจจะทำให้เกิด ท้องเสียได้
2.ชะดมในช่วงหน้าฝนไมควรทาน เพราะจะมีกลิ่นแรงกว่าปกติและมีรสเปรีัยวหนัก ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ (ปกตินิยมรับประทานผักชะอมหน้าร้อน)
3.ผู้ป่วยโรคเกาต์ไม่ควรรับประทานเยอะ เพราะจะทำให้อาการกำเริบ เนื่องจากกรดยูริกที่เป็นตัวการทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเกิดจากสารพิวรีน (Purine) โดยผักชะอมมีสารพิวรีน(Purine) อยู่ในระดับปานกลางถึงระดับสูง เพราะฉะนั้นหากผู้ป่วยโรคเกาต์รับประทานมากๆ จะทำให้ปวดกระดูกได้
สวนเกษตรอินทรีย์ ของเรานั้น เน้นการปลูกเป็นแถวยาว และมีการตัดแต่งยอดของชะอมเวลาเก็บผลผลิต จะทำการตัดยอดชะอมให้สูงพอประมาณ และเพื่อให้แตกยอดได้ง่ายขึ้น การรดน้ำ ก็ต้องมีการรดให้พอเหมาะ เพราะชะอมนั้นไม่ชอบน้ำมาก ถ้าแฉะเกินไปจะทำให้รากเน่าตายได้ ดังนั้น การรดนำ้จึงต้องแบบวันเว้นวัน และจะทำการใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยหมักเดือนละครั้ง เพื่อบำรุงต้นชะอมให้แข็งแรง
ชะอมจะเก็บเกี่ยวหลังจากที่ปลูกได้ประมาณ 3 เดือน จากนั้นชะอมจะแตกยอดใหม่ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอด เพิ่มรายได้เข้ามาให้กับสวนได้ทุกวัน ถือเป็นผักชะอมสามารถสร้างรายได้ให้กับส่วนได้อย่างดี
การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์ต้นชะอม จะใช้วิธีการขยายพันธุโดยการตอนกิ่ง และการปักชำกิ่ง หรือโน้มกิ่งชะอมฝังดิน ทำให้แตกรากใหม่ เกิดเป็นต้นใหม่เพิ่มขึ้น โดยเราสามารถทำการขยายพันธุ์เองได้ด้วยวิธีการดังนี้
1.การเลือกกิ่งพันธุ์ชะอมที่จะนำมาขยายพันธุ์ ต้องเป็นกิ่งพันธุ์ที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
2.ควรตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาวประมาณ 1 คืบ หรือประมาณ 20 เซนติเมตร และควรให้มีตาติดมาประมาณ 3-4 ตา
3.หลังจากเลือกกิ่งพันธ์ุเรียบร้อยแล้ว นำไปปักชำลงในถุงดินที่มีส่วนผสมของขี้เถ้า แกลบ และปุ๋ยคอก
4.เมื่อชำลงถุงเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มประมาณ 50-60 วัน ต้นชะอมก็จะแตกรากออกมา
1.การเลือกกิ่งพันธุ์ชะอมที่จะนำมาขยายพันธุ์ ต้องเป็นกิ่งพันธุ์ที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป
2.ควรตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาวประมาณ 1 คืบ หรือประมาณ 20 เซนติเมตร และควรให้มีตาติดมาประมาณ 3-4 ตา
3.หลังจากเลือกกิ่งพันธ์ุเรียบร้อยแล้ว นำไปปักชำลงในถุงดินที่มีส่วนผสมของขี้เถ้า แกลบ และปุ๋ยคอก
4.เมื่อชำลงถุงเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มประมาณ 50-60 วัน ต้นชะอมก็จะแตกรากออกมา
แหล่งอ้างอิง : เว็บไซต์สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสุรินทร์ , เว็บไซต์ O-Farm Organic , เว็บไซต์ https://www.rakbankerd.com






ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น